ชุมชนนักเขียน/นักอ่าน | แผงหนังสือ
  EmotionWay.com » ชุมชนนักเขียน/นักอ่าน » อ่านต้นฉบับ
อ่านต้นฉบับ


โดย
เขียนเมื่อ ไม่พบข้อมูล
ประเภท
เพื่อน เพิ่มเป็นเพื่อน
ดู
คอมเมนต์ : ไม่พบข้อมูล

ตอน ตอนที่ 11
ตอนที่ 11

กันทิชามารับนัจกรในตอนเช้า ลูกจ้างในร้านกำลังช่วยกันทำความสะอาดภายในร้านกันอยู่

โดยปกตินัจกรจะจ้างบริษัทรับจ้างทำความสะอาดให้เข้ามาทำให้สัปดาห์ละครั้ง ซึ่งจะเป็นการทำความสะอาดแบบครบวงจร แต่ในวันแบบนี้ก็ปัด กวาด กันตามปกติ ทุกคนจะช่วยกัน บางครั้งนัจกรก็ทำเองอย่างไม่ถือตัวว่าตัวเองเป็นนายจ้าง

กันทิชาทักทายทุกคนที่อยู่ในร้านแล้วขึ้นไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าของนัจกรลงมาใส่รถ ในขณะที่นัจกรสั่งงานหนูดาและบอกความจริงว่าจะไปค้างที่บ้านของกันทิชา เพื่อทุกคนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เธอรอบคอบเสมอในเรื่องนี้ หนูดาเคยบอกว่าความจริงครูนัจจะออกไปไหนเป็นเรื่องส่วนตัวของครูนัจ ไม่ต้องบอกหนูดาก็ได้ แต่นัจกรกลับให้เหตุผลว่า เธอจะบอกหนูดา หรือ ลักษณ์ หรือเดียร์ ใครคนใดคนหนึ่งทุกครั้งถ้าเธอต้องออกจากบ้านเพื่อจะได้รู้ว่าเธอตั้งใจออกไปและจะได้รู้เวลาที่คาดว่าจะกลับถึงบ้านของเธอด้วย เผื่อวันใดวันหนึ่งเธอหายไปจากบ้านโดยที่ทั้ง 3 คนไม่รู้เลยแสดงว่าเธออาจไม่ปลอดภัย ให้คิดแบบนั้นไว้ก่อน ทุกคนยอมรับในเหตุผลของเธอ จนเกิดความเคยชิน

กันทิชาพานัจกรไปซื้อของขวัญให้หนูเค้กทั้งสองเลือกตุ๊กตามินนี่เม้าท์ กันทิชาบอกว่าหนูเค้กชอบการ์ตูนมิ๊กกี้เม้าท์ แต่ตุ๊กตาตัวนี้ใหญ่กว่าหนูเค้กอีกไม่รู้จะกลัวหรือเปล่า

จากนั้นก็ไปซื้อผลไม้และเครื่องดื่ม เพราะทางบ้านให้กันทิชาสั่งให้ซื้อเข้าไปเลย ไม่ต้องออกไปซื้อกันอีก คนอื่น ๆ จะได้ไม่เสียเวลาทำงาน

ส่วนพวกอาหารทะเลพ่อของกันทิชาสั่งซื้อจากลูกจ้างที่ขับเรือ เพราะบางคนออกไปหาสัตว์ทะเลเสริมรายได้ตอนช่วงกลางคืน ถือว่าได้ช่วยอุดหนุนลูกน้องไปอีกทาง

กันทิชาขับรถไม่เร็วมากนัก เปิดเพลงคลอเบา ๆ แอบหันมามองนัจกรเป็นครั้งคราว

“มองอะไรคะพี่ ชอบมองหน้านัจจัง มีอะไรติดที่หน้านัจหรือคะ” คนน่ารักถามอย่างอดไม่ได้เพราะถูกมองบ่อยเกินไปไม่ใช่เฉพาะตอนนี้ เวลาอยู่ที่ร้านเหมือนกัน นัจกรสังเกตหลายครั้งแล้ว

“พี่ชอบมองหน้านัจ มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกรัก”

“อยู่ให้มองทั้งชีวิต อย่าเบื่อ อย่าทิ้งนัจไปไหนอีกก็แล้วกันค่ะ”

“ไม่ทิ้งไปไหนอีกแล้ว ไม่อยากทำให้หัวใจตัวเองและหัวใจนัจต้องเจ็บปวดอีก มันทรมาน”

“เดี๋ยวนี้ช่างพูดนะคะ พูดคำแบบนี้บ่อยจัง”

“หัวใจสั่งมาจ้ะ”

“เหรอคะ ขับรถดี ๆ เลยค่ะคุณพี่”

กันทิชาสบสายตาอ่อนอุ่น ยิ้มละมุนให้หญิงคนรัก เป็นการโต้ตอบด้วยความสุขไม่เคยคิดโต้เถียงกันด้วยอารมณ์เลยสักครั้ง




ทั้งสองคนมาถึงบ้านพ่อแม่ของกันทิชาในช่วงเย็น ๆ นัจกรรู้สึกตื่นเต้นจนกันทิชาจับความรู้สึกนั้นได้ เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็จับมือนัจกรเพื่อเป็นการให้กำลังใจ

“ไม่ต้องกลัวหรือกังวลอะไรทั้งนั้นนะคะนัจ ทุกคนที่นี่ยังรักและต้อนรับนัจเหมือนเดิมค่ะ” กันทิชาบีบมือและยิ้มให้กำลังใจ

“มากันแล้วหรือลูก” แม่เดินทักมาแต่ไกลเมื่อเห็นสองสาวกำลังลงจากรถ พ่ออุ้มหนูเค้กเดินตามหลังแม่

“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะพ่อ” นัจกรยกมือไหว้พ่อแม่ของกันทิชา ทั้งสองท่านรับไหว้พร้อมด้วยรอยยิ้ม

แม่เดินเข้ามาจับมือที่เย็นเฉียบของนัจกร

“แม่ดีใจที่ลูกกลับมาที่นี่อีกครั้ง ที่นี่ต้อนรับลูกเสมอ ต่อไปแม่อยากให้มาบ่อย ๆ มาอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ดีนะลูก” แม่กล่าวกับนัจกรด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและจริงใจ

นัจกรยิ้มอย่างรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเธอคิดมากเองจริง ๆ ไม่มีอะไรน่ากลัวเหมือนที่กันทิชาพยายามบอกเธอบ่อยครั้ง กันทิชาที่ตอนนี้รับหนูเค้กไปอุ้มต่อจากคุณปู่เดินมายืนใกล้ ๆนัจกร

“หนูเค้กจ๊ะ นี่ อานัจ นะจ๊ะ เป็นเพื่อนอาวิว ต่อไปอานัจจะมาที่นี่บ่อย ๆ อานัจฟ้อนรำสวยมากถ้าหนูเค้กชอบก็ให้อานัจสอนให้นะจ๊ะ” กันทิชาแนะนำนัจกรให้หลานสาวรู้จัก

“สวัสดีค่ะ อานัจ อานัจสวยกว่าในรูปอีกค่ะ” หนูเค้กยกมือเล็ก ๆ ไหว้นัจกรอย่างน่ารัก ทั้งยังชมอีก
เอาคำพูดแบบนี้มาจากไหนกันเด็กแค่ 4 ขวบ แล้วรูป รูปอะไรนัจกรทำหน้าสงสัย

“ฮ่า ฮ่า เอาแล้วไงหนูเค้ก ขายอาวิวมันแล้ว ฮ่า ฮ่า มา มา ไปกับปู่อย่ารบกวนอาเค้า มาเหนื่อย ๆไปในบ้าน กินน้ำกินท่าก่อนหนูนัจ” พ่อหัวเราะคำพูดของหนูเค้ก แล้วรับหลานไปอุ้มเองอีกครั้ง ชักชวนนัจกรเข้าบ้าน

กันทิชาพานัจกรเดินไปที่ร้านขายของที่ระลึกของพี่ขวัญใจซึ่งเป็นพี่สะใภ้ เพื่อแนะนำให้นัจกรรู้จัก พอดีกับที่ชลันทรเข้ามา จึงได้ทักทายกันครบทุกคน นัจกรรู้สึกดีขึ้นมาก ทุกคนเป็นกันเอง ที่สำคัญทุกคนไม่ได้รู้สึกรังเกียจความรักในแบบของพวกเธอเลย

ออกจากร้านพี่สะใภ้ กันทิชาพานัจกรเข้ามาในบ้านไปที่ห้องทำงาน แนะนำให้สองสาวที่มาช่วยทำบัญชีรู้จักนัจกรในฐานะเพื่อนสนิทของเธอ จากนั้นชวนกันไปในครัวที่แม่กำลังเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ปาร์ตี้เล็ก ๆ คืนนี้

“วิว ลูกซื้อผลไม้มากี่อย่าง แม่ว่าแม่สั่งให้ซื้อแตงโมมาด้วยนิ” แม่ถามเมื่อสองสาวเดินเข้ามาถึงในครัวที่กว้างและ โล่ง ทำให้ลมถ่ายเทสะดวก

“โธ่แม่จ๋า แตงโมแม่ไปซื้อเองสิจ๊ะ วิวไม่ชอบซื้อแตงโมแม่ก็รู้” กันทิชาตอบแม่น้ำเสียงอ้อน ๆ

“หนูนัจจะพอรู้มั๊ยว่าทำไมเจ้าวิวมันไม่ชอบซื้อแตงโม เนี่ยนะถ้าสั่งให้มันซื้อแตงโมมานะมีหวังอดทุกครั้งถามว่าเพราะอะไรก็ไม่บอกสักที” พ่อเสริมออกมาที่ตอนนี้เดินเข้ามาในครัวพร้อมหนูเค้กและชลันทรด้วย

นัจกรหันไปมองหน้ากันทิชาที่ตอนนี้ยิ้มแหย ๆ

“พี่ยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีกเหรอคะ” นัจกรถามยิ้ม ๆ กันทิชาไม่ตอบได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ให้คนรัก

“เรื่องอะไรน้องนัจ เล่าได้หรือเปล่า” ชลันทรก็อยากรู้ นัจกรมองหน้าพี่วิวของเธออีกครั้ง กันทิชาพยักหน้าเล็กน้อยเชิงอนุญาต

นัจกรอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อจะเริ่มเล่าก็รู้สึกจะเริ่มขำตัวเอง แล้วเรื่องราวระหว่างแตงโมกับกันทิชาก็ถูกถ่ายทอดออกมาจากการบอกเล่าของนัจกร

“วันนั้นนัจชวนพี่วิวไปเที่ยวตลาดนัดใกล้มหา’ลัยกันคะ พี่วิวอยากกินแตงโม เลยเข้าไปถามแม่ค้าที่ขายแตงโมซึ่งแม่ค้าก็อายุมากแล้ว”

แม่ค้า : แตงโมไหมนังหนู แตงโมยาย หวาน กรอบ เยื่อแดง อร่อยแน่นอน ยายรับประกัน”

พี่วิว : ลองเจาะดูเยื่อก่อนได้ไหมจ๊ะยาย

แม่ค้า : ไม่ต้องเจาะเลยนังหนู เชื่อยาย ยายขายมาหลายปีแล้วรับประกันได้” (ยายรับประกันอีกแล้ว)

พี่วิว : หวาน กรอบ แดง แน่นะยาย

แม่ค้า : ไม่หวาน ไม่แดง ไม่กรอบ เอามาคืนยายเลย ยายคืนเงินให้ทุกบาททุกสตางค์ (มีท้าทายด้วย)

พี่วิว : ก็ได้ยาย เอา 1 ลูกนะ ยายเลือกลูกที่ยายรับประกันมาเลย

“แล้วแม่ค้าก็เอาแตงโมใส่ถุงหูหิ้วพลาสติกให้มา พี่วิวก็เอาแขวนหน้ารถ (รถมอเตอร์ไซด์) มาระหว่างทางรถตกหลุม ถุงแตงโมขาด แตงโมหล่นแตกกระจาย พี่วิวจอดรถดูแตงโม ไม่มีร่อยรอยความแดงตามที่แม่ค้าบอกเลยสีของแตงโมซีดมากจนเกือบเป็นสีขาว พี่วิวไม่ได้โกรธแม่ค้าหรอกค่ะ แต่อยากเอากลับไปให้แกดูว่าแกโฆษณาโอเวอร์ไป จะเจาะดูก็ไม่ให้เจาะ พี่วิวอุตส่าห์เก็บแตงโมที่แตกแต่ยังพอเก็บได้ ใส่ถุงอีกใบ กลับไปหาแม่ค้า”

พี่วิว : ยายคะ นี่ดูสิไหนบอกว่า เยื่อแดงไงคะ ไม่เห็นแดงเลย เนี่ยซีดจนจะขาวหมดทั้งลูกแล้วเนี่ย

แม่ค้า : อ้าวนังหนูทำไมแตงโมแตกมาสภาพนี้ละ ไม่ผ่าให้ดีก่อน

พี่วิว : ไม่ได้ตั้งใจผ่าหรอกยาย แต่ถุงขาดมันตกจากรถลงมาแตก หนูเห็นมันซีดไม่เห็นแดงเหมือนที่ยายรับประกัน หนูเลยเอามาให้ยายดู

แม่ค้า : แตงโมยายแดงทุกลูกจริง ยายรับประกัน แต่ลูกนี้นังหนูทำมันหล่นจากรถเอง มันตกใจนะสิ สีเลยซีดแบบนี้


พี่วิว : !!!!!!!!


นัจกรเล่ามาถึงตรงนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้เพราะยังจำสีหน้าของกันทิชาในตอนนั้นได้ดี หลังจากนั้นกันทิชาไม่เคยซื้อแตงโมอีกเลยแต่ถ้าใครซื้อมาผ่าให้กินเธอก็จะกิน

ทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ ปริศนาได้ถูกเฉลยออกมาสักที หลังจากที่เก็บความสงสัยกันมานาน กันทิชาอายหน้าแดงเป็นลูกตำลึงที่คนรักเอาเธอมาขายให้คนในครอบครัวของตัวเองรู้ ก็คิดดูจะโกรธแม่ค้าก็โกรธไม่ลง เมื่อคิดเรื่องนี้ทีไรก็ขำมุขแตงโมตกใจของแม่ค้าทุกที



งานเลี้ยงย่อย ๆ เริ่มขึ้นตอนใกล้ค่ำ ชลันทรมีน้ำใจชวนลูกจ้างทุกคนร่วมสังสรรค์ด้วย แต่พวกเขาเหล่านั้นเกรงใจเลยแยกวงกันออกไปนั่งกินอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ปล่อยให้ครอบครัวเจ้านายมีความเป็นส่วนตัวกัน

กันทิชาตั้งฉายาให้คนกลุ่มนี้ว่า “เย็นเซ” หมายถึงพอตกเย็นก็ตั้งวงดื่ม บางคนดื่มนิดเดียวก็เดินเซแล้ว

หนูเค้กชอบของขวัญที่นัจกรและกันทิชาซื้อมาให้มาก นั่งกอดไว้กับตัวตลอด ส่วนตัวเองก็อยู่บนตักนัจกรไม่ห่างเหมือนกัน จนถูกแซวว่าเห่อของใหม่

นัจกรรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัวคนรักอย่างเป็นกันเอง ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนที่กังวล กันทิชาจะเปิดเพลงแต่บรรดาลูกจ้างบอกว่าไม่ต้องเปิดพวกเขาจะสลับกันร้องเพลงเอง ความสุข สนุกสนาน ครื้นเครงและเสียงหัวเราะ มีอย่างต่อเนื่อง

จนเวลาปาเข้าไป 4 ทุ่มหนูเค้กเริ่มง่วงนอน ครอบครัวของกันทิชา จึงเลิกรางานเลี้ยงย่อย ๆ นี้ เพราะถ้าไม่เลิกหนูเค้กก็ไม่ยอมลุกจากตักนัจกรเช่นกัน คนในครอบครัวแยกย้ายกันเข้าบ้านเพื่อพักผ่อน คงเหลือแต่กลุ่มของลูกจ้างที่ขอต่ออีกพักนึงโดยสัญญาว่าจะไม่ให้เสียงานในวันรุ่งขึ้น

กันทิชาไปเปิดรถเอากระเป๋าเสื้อผ้านัจกร แล้วพานัจกรไปที่ห้องนอนของตัวเอง นัจกรมองการเปลี่ยนแปลงของบ้าน เธอเคยมาที่นี่ล่าสุดเมื่อเกือบ 9 ปีมาแล้ว สภาพบ้านตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย มีการปรับปรุงเกือบหมดทุกส่วน เมื่อเข้ามาภายในห้องนอน

เจ้าของห้องเตรียมผ้าขนหนูให้นัจกรเข้าไปอาบน้ำก่อน ส่วนตัวเองก็เอาเสื้อผ้าของหล่อนออกจากกระเป๋าแขวนในตู้ให้อย่างเรียบร้อย เมื่อนัจกรออกจากห้องน้ำ เธอก็รีบเข้าไปอาบต่อทันที

นัจกรมองทุกอย่างในห้องนอนของคนรัก ตัวบ้านมีการเปลี่ยนแปลง ห้องนอนนี้ก็เปลี่ยนโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น แต่การจัดห้องไม่เปลี่ยนไปเลย

เธอพบว่ากันทิชาจัดห้องเหมือนเดิมทุกอย่างเหมือนตอนที่เธอเคยจัดให้ ที่สำคัญกว่านั้นจัดเหมือนกันกับห้องนอนของเธอ นัจกรลูบที่เสียบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเบามือ ยิ้มละมุน นี่ก็เป็นอีกอย่างที่เธอและกันทิชาซื้อเหมือนกันและยังคงเก็บไว้ทั้งคู่

เธอเดินไปที่เตียงนอนพบคำตอบว่าทำไมหนูเค้กถึงได้บอกว่าเธอสวยกว่าในรูป เพราะหัวเตียงมีรูปของเธอที่ถ่ายคู่กับกันทิชาตั้งแต่สมัย เริ่มคบกัน และเป็นรูปแรกที่ทั้งสองถ่ายคู่กัน

นัจกรใช้นิ้วมือไล้รูปเบา ๆ ยิ้มอย่างอบอุ่นรู้สึกตื้นตันใจที่คนรักยังเก็บทุกอย่างที่เป็นเธอไว้

กันทิชาออกมาจากห้องน้ำพร้อมด้วยผมที่เปียก เดินไปนั่งเช็ดผมอยู่หน้ากระจก นัจกรเห็นจึงเดินมาดึงผ้าไปช่วยเช็ดให้ เช็ดไปพลางมองตาคนในกระจกไป

“ทำไมไม่สวมหมวกคลุมผมละค่ะ เห็นมั้ยผมเปียกหมดแล้ว แล้วยังไม่เช็ดผมให้แห้งก่อนใส่เสื้อผ้าอีก” คนน่ารักถามแต่มือยังขยี้ผมให้คนรักต่อ

“ปกติเช็ดก่อนใส่เสื้อผ้านั่นแหละค่ะ แต่วันนี้ รีบออกมาจะได้เห็นหน้านัจเร็ว ๆ อีกอย่างอยากให้นัจเช็ดให้ด้วย”

“ใส่เสื้อคลุมก่อนก็ได้นี่คะ”

“เออ! นั่นสินะ ทำไมพี่คิดไม่ได้นะเรื่องแบบนี้ ถ้าใส่เสื้อคลุมก็ไม่ต้องเสียเวลาถอดด้วย” เจ้าของห้องเอ่ยเสียงดังทำหน้าทะเล้นใส่คนในกระจก

“คิดทะลึ่งอีกแล้ว เอาไปเช็ดเองเลยค่ะ” นัจกรขยี้ผมกันทิชาแรง ๆ ทีนึง ก่อนวางผ้าขนหนูไว้บนบ่าสาวมาดเท่ห์ จะหมุนตัวกลับแต่ ถูกยึดแขนไว้ก่อน

กันทิชาหันมายึดแขนอีกคนทั้งที่ตัวเองยังนั่งอยู่ เงยหน้าขึ้นมองสายตาเว้าวอนขอโทษ ดึงให้คนน่ารักนั่งลงบนตัก สวมกอดเอวเอาไว้ ใช้คางวางบนบ่าสวยของคนน่ารัก จมูกซุกไซ้ตามลำคอ นัจกรเบี่ยงหลบด้วยสีหน้างอน ๆ

“โกรธพี่เหรอคะ อย่าโกรธเลยน๊า พี่แค่อยากให้เรามีความสุข มีเสียงหัวเราะ ในเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน พี่ไม่อยากให้เราโกรธกัน เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ถ้าเรายังจะโกรธกันเราก็จะเครียดด้วยกันทั้งคู่ พี่ก็จะนอนไม่หลับ รู้สึกแย่ไปหมด” กันทิชาพูดเสียงอ่อน แต่จริงจังมาก

นัจกรเมื่อได้ฟังคนรักก็น้ำตาซึมโอบกอดรอบคอคนนั่งข้างล่างไว้ จูบไปที่ริมฝีปากช่างเจรจานั้น อย่างขอโทษและปลอบขวัญ


กันทิชาไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้นกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น


ความรัก ความคิดถึง ที่ต่างก็เพาะบ่มมานานแสนนานนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นภาษารักทางกายที่ทั้งสองคนไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองได้ บทเพลงแห่งรักจึงได้เริ่มขึ้นอย่างอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล อีกครั้งที่บ้านหลังนี้ในรอบ 9 ปี




 
หากพบต้นฉบับใดมีเนื้อหาไม่เหมาะสม เข้าข่ายผิดข้อตกลงการใช้งานเว็บ โปรดแจ้ง webmaster@emotionway.com ได้ทันที
เว็บ EmotionWay.com ขอสงวนสิทธิ์ในการการลบเรื่อง หรือข้อความตามความเหมาะสม

ต้นฉบับในเว็บไซต์เป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งต้นฉบับที่นำมาลง
copyright © EmotionWay.com All rights reserved.